ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ให้การต้อนรับนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประธานพิธีเปิดการสัมมนาการศึกษาการยืดอายุผลไม้ด้วยห้องเย็นชุมชน

วันจันทร์ที่ 25 ภุมภาพันธ์ 2562 ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร ร่วมกับ บริษัท ซีเทค สิ่งแวดล้อม และมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรีได้ จัดสัมมนาการศึกษา การยืดอายุผลไม้ด้วยห้องเย็นชุมชน เพื่อเปิดตัวโครงการห้องเย็นชุมชน เทคโนโลยีทันสมัยที่จะช่วยยืดอายุผลผลิตทางการเกษตรให้ยาวนานมากขึ้น ปราศจากสารเคมี โดยมีนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนา และ ปล่อยขบวนรถห้องเย็นส่งออกลำไย ตามข้อตกลงความร่วมมือภายใต้ผลการศึกษาการยืดอายุผลไม้ด้วยห้องเย็นชุมชน ซึ่งนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำข้าราชการ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวแทนเกษตรสหกรณ์ชาวสวนลำไย และภาคเอกชน ร่วมกิจกรรม ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ผลไม้ไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นสินค้าดี มีคุณภาพระดับพรีเมี่ยม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออก ถือเป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่สำคัญทางเศรษฐกิจหลายชนิด จนมีการจัดตั้งระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (Eastern Fruit Corridor EFC) โดยมีเป้าหมายให้ภาคตะวันออกเป็นตลาดกลางประมูลผลไม้คุณภาพสูง ทั้งยังเห็นชอบผลักดันประเทศไทยเป็นมหานครผลไม้เมืองร้อนของโลก โดยมีจุดเริ่มต้นที่จังหวัดจันทบุรี พร้อมจะมีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การค้าผลไม้ครบวงจรรองรับอีกด้วย ผลไม้จึงเป็นพืชเศรษฐกิจที่เรามารถทำรายได้เข้าประเทศปีละหลายพันล้านบาท ปัจจุบันปัญหาการเน่าเสียของผลไม้ยังคงเป็นปัญหาหลักที่เกษตรกรผู้ค้าและผู้ส่งออกยังต้องประสบ เนื่องจากการส่งออกผลไม้ไทยไปยังต่างประเทศ ต้องใช้ระยะเวลาในการขนส่งมากกว่าอายุของผักและผลไม้ จึงมีการนำสารเคมีเข้ามาช่วยยืดอายุผลผลิตทางการเกษตร เช่นการอบกำมะถันในลำไย ก่อนการส่งออก ทำให้มีสารเคมีตกค้าง กลายเป็นอุปสรรคในการยกระดับคุณภาพสินค้า และการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่มีมูลค่ามหาศาล นอกจากนี้ในช่วงที่ผลไม้ออกสู่ตลาดพร้อมๆกันทำให้เกิดภาวะผลผลิตล้นตลาด เกษตรกรมักจะถูกพ่อค้าคนกลางกดราคาอย่างมาก แต่ล่าสุด ภาคเอกชนโดยสมาคมชาวสวนลำไย จังหวัดจันทบุรี ได้จับมือภาควิชาการร่วมกันวิจัยและคิดค้น “ห้องเย็นชุมชน“ เทคโนโลยีทันสมัยที่จะถูกนำมาใช้ในการยืดอายุผลไม้ให้ยาวนานยิ่งขึ้นโดยไม่มีสารเคมีตกค้างในผลผลิตที่สำคัญยังเป็นตัวช่วยเกษตรกร พยุงราคาพืชผลทางการเกษตรไม่ให้ตกต่ำ และแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาดซ้ำซากในแต่ละปีได้อีกทางหนึ่งด้วย โดยระยะแรกได้นำร่องกับลำไย เนื่องจากมีผลผลิตต่อปีสูงกว่า 1 ล้านตัน และส่งออกกว่า 7 แสนต้น แต่ปัจจุบันการส่งออกยังต้องอาศัยสารเคมีซัลเฟอร์ ซึ่งในปี 2562 ทุกประเทศคู่ค้าหลัก จะให้ยกเลิกการใช้สารซัลเฟอร์ ซึ่งจะทำให้การส่งออกประสบปัญหาอย่างรุนแรง ดังนั้น ตู้เย็นชุมชนจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างดีและสามารถขยายในการส่งออกได้มากขึ้นเพียงพอต่อระยะเวลาการขนส่งเพราะจากการทดสอบสามารถยืดอายุการเก็บลำไยได้ไม่ต่ำกว่า 21 วันจากเดิมอยู่ได้เพียง 5-7 วันเท่านั้น ทำให้ได้ลำไยที่ปราศจากกำมะถัน และยังประหยัดต้นทุนกว่า3พันบาทต่อตันด้วยสำหรับการจัดงานสัมมนาครั้งนี้ ภายในงานได้มีทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรีและนักวิจัยจากบริษัท ซีเทค สิ่งแวดล้อม ร่วมกันทดสอบการยืดอายุผลไม้ลำไย ด้วยห้องเย็นชุมชน และรายงานผลการตรวจสอบหาสารเคมีตกค้างที่อาจเป็นพิษต่อผู้บริโภค ตลอดจนการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความพึงพอใจการศึกษาการยืดอายุผลไม้ด้วยห้องเย็นชุมชนด้วย

Cr ภาพและข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี

 

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

Be Sociable, Share!